News world news นายกฯเมืองผู้ดีเลี่ยงกักตัว ถูกโวยไม่เห็นใจประชาชน

นายกฯเมืองผู้ดีเลี่ยงกักตัว ถูกโวยไม่เห็นใจประชาชน

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. หรือ 1 วัน ก่อนหน้ารัฐบาลอังกฤษทำการคลายล็อกดาวน์ ผ่อนผันมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 เต็มรูปแบบ อาทิ ไม่บังคับสวมหน้ากากอนามัย ไม่ต้องรักษาระยะห่างในที่สาธารณะ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองอย่างหนัก หลังนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยืนยันที่จะทำงานตามปกติ แม้จะได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานสาธารณสุข ว่าตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งโดยทั่วไปต้องกักบริเวณตัวเอง เพื่อรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดในอังกฤษ ที่อัตราการติดเชื้อกลับมาพุ่งสูงในระดับเดือน ม.ค. อีกครั้ง พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 54,674 คน ก่อนหน้าการเปิดเมืองอย่างเป็นทางการ 19 ก.ค. และกรณีนายซาจิด จาวิด รมว.สาธารณสุขอังกฤษ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 นั้น ทางโฆษกรัฐบาลอังกฤษชี้แจงว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายริชี สุหนัก รมว.คลังอังกฤษ ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสาธารณสุขว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับนายจาวิด รมว.สาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ตัดสินใจขอใช้สิทธิตามแผนนำร่องเพื่อเปิดเมืองเต็มรูปแบบ ด้วยการเข้ารับการตรวจหาเชื้อแบบวันต่อวัน เพื่อที่จะได้ทำงานตามปกติต่อไปได้ แต่จะปฏิบัติงานเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลังเลิกงานก็จะกักบริเวณตัวเอง โฆษกทำเนียบผู้นำบ้านเลขที่ 10 กล่าว

ด้านนายโจนาธาน แอชเวิร์ธ สมาชิกพรรคแรงงานฝ่ายค้าน ฝ่ายดูแลนโยบายสาธารณสุข กล่าววิจารณ์ว่า ทำกันเช่นนี้ก็เหมือนบอกกับประชาชนที่ลูกหลานไม่ได้ไปเรียนหนังสือ และธุรกิจที่ขาดพนักงานว่า พวกคุณมีกฎระเบียบคนละอย่างกับพวกเรานักการเมือง แถมแสดงให้เห็นว่านักการเมืองก็ยังมีสิทธิเข้าถึงในการตรวจหาเชื้อแบบ “วีไอพี” ไม่จำเป็นต้องไปรอต่อคิวแบบคนทั่วไป พร้อมวิจารณ์การเปิดเมืองในวันที่ 19 ก.ค. ทั้งที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูงว่า ประมาทเหมือนการเหยียบคันเร่งเต็มสูบโดยไม่คาดเข็มขัด

ส่วนเซอร์เอ็ด เดวีย์ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย กล่าวตั้งคำถามว่า ครูอาจารย์ พนักงานขนส่ง บุคลากรการแพทย์ สามารถใช้สิทธิตามแผนนำร่องแบบนี้ได้หรือไม่ หรือเป็นแผนที่ตั้งไว้สำหรับคนที่มีอภิสิทธิ์เท่านั้น ต่อมานายโรเบิร์ต เจนริก รักษาการ รมว.สาธารณสุข แทนนายจาวิด ชี้แจงว่า แผนนำร่องไม่ใช่เฉพาะแต่นักการเมือง แต่ยอมรับว่าการกักตัวเองช่วยควบคุมไวรัสได้ดี จากข้อมูลของสาธารณสุขพบว่า การกักตัวช่วยลดการติดเชื้อไปถึง 600,000 คน และช่วยทำให้ 8,000 คนไม่ต้องเสียชีวิต.